เปิดร้านขายส่งออนไลน์ ต้องมีเอกสารอะไรบ้างและเริ่มอย่างไร
เปิดร้านขายส่งออนไลน์เริ่มได้ด้วยเอกสารกิจการ 2 อย่างคือหนังสือรับรองนิติบุคคล (หรือใบทะเบียนพาณิชย์กรณีบุคคลธรรมดา) และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ถ้าจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วต้องมี ภ.พ.20 ด้วย จากนั้นกำหนดราคาส่งต่อหน่วยกับขั้นต่ำการสั่งซื้อของแต่ละสินค้า แล้วลงขายบนตลาดกลาง B2B ซึ่งเปิดร้านได้ฟรีและไม่มีค่าแรกเข้า
ปรับปรุงล่าสุด 27 สิงหาคม 2569
เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนเปิดร้าน
หนังสือรับรองนิติบุคคลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) อายุไม่เกิน 6 เดือน คือเอกสารหลักที่ผู้ซื้อฝั่งธุรกิจและตลาดกลางใช้ยืนยันว่าร้านมีตัวตนจริง กรณีเป็นบุคคลธรรมดาใช้ใบทะเบียนพาณิชย์แทนได้ แต่ผู้ซื้อที่เป็นบริษัทจำนวนมากมีนโยบายซื้อจากนิติบุคคลเท่านั้น
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก ต้องพิมพ์ลงบนใบแจ้งหนี้และใบเสร็จรับเงินทุกใบ และถ้าจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ใบทะเบียน ภ.พ.20 คือสิ่งที่ผู้ซื้อจะขอดูก่อนรับใบกำกับภาษีจากคุณ
บัญชีธนาคารในชื่อกิจการ ไม่ใช่ชื่อบุคคล ผู้ซื้อฝั่งธุรกิจโอนเข้าบัญชีที่ชื่อไม่ตรงกับใบแจ้งหนี้ไม่ได้ เพราะฝ่ายบัญชีของเขาจะตั้งเจ้าหนี้ไม่ผ่าน
ต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนไหม
กฎหมายกำหนดให้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต่ำกว่านั้นจดหรือไม่จดก็ได้ แต่ในการค้าส่งการไม่จดมีต้นทุนแฝง คือผู้ซื้อที่จด VAT ไม่สามารถขอคืนภาษีซื้อจากคุณได้ ทำให้ราคาของคุณแพงกว่าคู่แข่งที่ออกใบกำกับภาษีได้ 7% โดยอัตโนมัติ
ร้านขายส่งที่ตั้งใจขายให้ธุรกิจเป็นหลักจึงมักจดตั้งแต่ต้น แม้รายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์ ส่วนร้านที่ขายให้ผู้บริโภคปลายทางเป็นหลักมักรอจนถึงเกณฑ์ก่อน
ตั้งราคาส่งกับขั้นต่ำการสั่งซื้ออย่างไร
ราคาส่งประกาศเป็นราคาต่อหน่วยก่อนภาษีมูลค่าเพิ่มและระบุหน่วยให้ชัด เช่น ต่อชิ้น ต่อโหล ต่อลัง ผู้ซื้อฝั่งธุรกิจเทียบราคาก่อน VAT เพราะเขาขอคืนได้ การประกาศราคารวม VAT แบบร้านค้าปลีกทำให้ราคาของคุณดูแพงกว่าจริงในสายตาผู้ซื้อ
ขั้นต่ำการสั่งซื้อ (MOQ) ควรตั้งจากต้นทุนจริงของการจัดส่งหนึ่งครั้ง ไม่ใช่ตั้งให้สูงไว้ก่อน ร้านใหม่ที่ MOQ ต่ำได้ลูกค้าทดลองสั่งง่ายกว่ามาก แล้วค่อยให้ราคาขั้นบันไดเมื่อสั่งมากขึ้น
เตรียมคำตอบเรื่องเครดิตเทอมไว้ล่วงหน้า ลูกค้าธุรกิจจะถามแน่นอน คำตอบที่ปลอดภัยสำหรับร้านใหม่คือชำระก่อนส่งสำหรับ 2–3 คำสั่งซื้อแรก แล้วจึงพิจารณาให้เครดิต
ลงขายบนตลาดกลาง B2B โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้น
บน PloenMall การเปิดร้านและลงขายบนตลาดกลางไม่มีค่าแรกเข้าและไม่หักค่าคอมมิชชันจากยอดขาย แพ็กเกจ Seller Free ใช้ได้ถาวร ลงสินค้าได้ 20 รายการ ออกเอกสารขายได้ 10 ใบต่อเดือน และตอบคำขอใบเสนอราคาได้ 3 ครั้งต่อเดือน ค่าบริการเริ่มเมื่อปริมาณโตจนชนเพดาน
เมื่อส่งหนังสือรับรองบริษัทและเอกสารจดทะเบียนภาษีให้ทีมงานตรวจแล้ว ร้านจะขึ้นสัญลักษณ์ยืนยันตัวตน (KYB) ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อฝั่งธุรกิจใช้กรองก่อนส่งคำขอใบเสนอราคา ร้านที่ยืนยันแล้วจึงได้รับ RFQ มากกว่าร้านที่ยังไม่ยืนยันอย่างมีนัยสำคัญ
เงินจากผู้ซื้อเข้าบัญชีธนาคารของร้านโดยตรงผ่านพร้อมเพย์หรือโอนธนาคาร แพลตฟอร์มไม่ได้ถือเงินแทน จึงไม่มีรอบตัดยอดหรือการรอถอนเงินเหมือนแพลตฟอร์มขายปลีก
คำถามที่พบบ่อย
- บุคคลธรรมดาเปิดร้านขายส่งออนไลน์ได้ไหม
- ได้ โดยใช้ใบทะเบียนพาณิชย์และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (เลขบัตรประชาชน) แต่ควรรู้ว่าผู้ซื้อที่เป็นบริษัทจำนวนมากมีนโยบายจัดซื้อจากนิติบุคคลเท่านั้น และการหักภาษี ณ ที่จ่ายจะซับซ้อนกว่า ถ้าตั้งใจขายให้ธุรกิจเป็นหลัก การจดเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนตั้งแต่ต้นช่วยให้ปิดการขายได้ง่ายขึ้น
- ลงขายส่งบน PloenMall มีค่าใช้จ่ายไหม
- ไม่มีค่าแรกเข้าและไม่หักค่าคอมมิชชัน แพ็กเกจ Seller Free ใช้ได้ถาวรภายในเพดานสินค้า 20 รายการ เอกสารขาย 10 ใบต่อเดือน และตอบ RFQ 3 ครั้งต่อเดือน ถ้าออกเอกสารเกินเพดานคิดใบละ 15 บาท หรือขยับไปแพ็กเกจที่ใหญ่ขึ้นเมื่อยอดโตจริง
- ขายส่งออนไลน์ต้องออกใบกำกับภาษีไหม
- ต้องออก ถ้ากิจการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ทุกการขายต้องออกใบกำกับภาษีภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ถ้ายังไม่จด VAT ออกได้เพียงใบแจ้งหนี้และใบเสร็จรับเงิน ซึ่งผู้ซื้อฝั่งธุรกิจใช้ขอคืนภาษีซื้อไม่ได้ นี่คือเหตุผลที่ร้านขายส่งส่วนใหญ่จด VAT ตั้งแต่ต้น
เนื้อหานี้เป็นคำอธิบายทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีเฉพาะราย กรณีของกิจการคุณควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีก่อนนำไปปฏิบัติ
อ่านต่อ
PloenMall (เพลินมอลล์) คือแพลตฟอร์มตลาดกลาง B2B ของไทย ที่รวมการค้นหาซัพพลายเออร์ ขอใบเสนอราคา (RFQ) และออกเอกสารการค้าครบชุดตั้งแต่ใบเสนอราคาถึงใบเสร็จรับเงินไว้ในธุรกรรมเดียว — เดินดูตลาดกลาง หรือ ดูแพ็กเกจและราคา